el clasico เอล กลาซิโก้ บาซ่ามาดริด

el clasico ประวัติ เอลกลา ซิโก้ ศึก เอล กลาซิโก้ คืออะไร บาซ่า มาดริด คู่แข่ง ตลอดกาล

el clasico

el clasico เอล กลาซิโก้ บา ซ่า มาดริด ศึกฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกฟุตบอล การดวลแข้งกันระหว่างสโมสรฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่แห่งเวที ลาลิกา สเปน  ต่างดาว บาร์เซโลนากับ ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด eto

การห้ำหั่นกันอย่างเต็มขุมกำลังที่มีราวกับสงครามก็มิปาน เมื่อ 2 ทีมนี้โคจรมาเจอกัน เสียงเชียร์ เสียงโห่ ของทั้งสองฝั่ง ดังสนั่นกัน ไปทุกทั่วเขตใน สเปน ทำไมเมื่อ 2 ทีมนี้โคจรมาเจอกันทีไร การแข่งขันในสนามมันเหมือนราวกับว่า พวกเขาทั้ง 2 ฝั่ง ฟาดแข้งกันเหมือนกับว่าบาดหมางกันมาเป็นเวลานาน ซึ่งคำตอบก็คือ “ใช่ครับ”

พวกเขาเคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน มันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนที่จะกล่าวถึง มันคือเรื่อง ของ วัฒนธรรม การเมือง การปกครอง หรือพูดง่ายๆ มันคือเรื่องของความแตกต่างกันระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย ในอดีต

นายพล ฟรังโก ศึกเอลกลาซิโก้เดือด

el clasico

เรื่องที่จะกล่าวต่อไปนี้ ขอขึ้นคำเตือนก่อนเลยนะครับว่า ผมไม่ได้มีเรื่องขุ่นเคืองใจในทีมใดทีมหนึ่งเลย ขอสารภาพว่าผมเองเป็นแฟนบาร์ซ่า แต่ผมเองก็ชื่นชมผลงานของ เรอัล มาดริด เหมือนกัน มาดริดคือคู่แข่งที่ผมเกลียดไม่ลง

มาเริ่มกันเลย ในอดีตแคว้น คาตาลูญญา ซึ่งเมืองหลวงคือ บาร์เซโลนา โดนฝรั่งเศส และสเปน ข่มเหงมาตลอด แต่พวกเขาก็ยังคงยืนหยัดจนมีทุกวันนี้ ปัจจุบันแคว้น คาตาลูญญา ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลสเปนให้มีรัฐบาลท้องถิ่นที่สามารถปกครองตัวเองได้ แคว้นกัสติยาที่มีเมืองหลวงเป็น มาดริดเอง ก็เช่นกัน

ในปี 1928 สมาชิกผู้ก่อตั้งฟุตบอลสเปนได้ก่อต่อทีมฟุตบอล 10 ทีม เป็นครั้งแรกที่มีการแข่งขันฟุตบอลอย่างเป็นทางการในสเปน ปีแรก บาร์เซโลนา ได้รับชัยชนะในครั้งนี้ จากนั้นสเปนได้เกิดสงครามกลางเมือง สงครามนี้ก่อกำเนิด เอล กลาซิโก้ ขึ้น โดยฝ่ายที่ได้ครองอำนาจครั้งนั้นคือ ฝ่ายของนายพล ฟรันซิสโก ฟรังโก เขาต้องการที่จะรวมแคว้นต่างๆในสเปนเข้าด้วยกัน โดยให้แคว้นกัสติยา เป็นดินแดนแห่งสวรรค์ แต่ว่าใช้อำนาจไปกดขี่ข่มแหงประชานชน แคว้นคาตาลูญญาที่มีความเป็นชาตินิยมสูงไม่ยอมและต่อสู้มโดยตลอดมานี่เป็น 1 ในเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความบาดหมาง

ในปี 1936 นายพล ฟรังโก ได้ใช้อำนาจส่งคนสนิทไปเป็นประธานสโมสรเพื่อหวังจะทำลายทีม บาร์เซโลนา และนั่นก็เป็นดังที่เขาหวัง บาร์เซโลนาเป็นหนี้มากมาย สุดท้าย คนสนิทนายฟรังโก ทนต่อแรงกดดันของแฟนบอลไม่ไหว จึงลาออก และปัญญาหาทการเงินของทีมก็ได้ประเทศเม็กซิโกเข้ามาช่วยเหลือ

ในปี 1916 มีรายงานจากทางสเปนว่า มีนักเตะรายหนึ่งของทาง เรอัล มาดริด ถูกยิงเสียชีวิตในแคว้นคาตาลูญญา และไม่รู้ว่าถูกยิงด้วยสาเหตุใด เหตุการณ์นี้ยังคงหาข้อสรุปไม่ได้ว่าจริงหรือไม่

ในปี 1930 การแข่งชิงชนะเลิศระหว่าง เรอัล มาดริด กับ แอตแลนติก บิลเบา และผลคือ

เรอัล มาดริดปราชัยให้กับ บิลเบา โดยการตัดสินจาผู้ตัดสินของแคว้นคาตาลูญญา แน่นอนว่ามันเป็นการตัดสินที่ไม่เป็นธรรมอย่างน่าเกลียดสุดๆ ทำให้แฟนบอล เรอัล มาดริด ไม่พอใจเป็นอย่างมาก

ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมาปัญหานี้มันเกิดจากคนเพียงคนเดียวที่หลงไหลในอำนาจ ซึ่งนั่นมันก่อให้เกิดการแข่งขันฟุตบอลที่มีความเข้มข้นที่สุดในโลก ซึ่งถึงแม้ว่าในอดีตทั้ง 2 ทีม จะมีเรื่องบาดหมางกัน แต่ปัจจุบัน เมื่อจบเกมทั้ง 2 ทีมก็คือเพื่อนร่วมอาชัพเเดียว แต่ก็อย่างว่า มันคือการฟาดแข้งแห่งศักดิ์ศรีของทั้ง 2 ทีม